สาเหตุขยะล้นเมือง
ปัญหาขยะในเมืองไทย
เป็นปัญหาโลกแตก เป็นเวลาหลายสิบปีที่เจ้าหน้าที่ทางราชการ หน่วยงานวิจัย
สถาบันทางการศึกษา พยายามหาหนทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องขยะล้นเมือง
ไม่มีที่ใดยอมให้ก่อสร้างโรงกำจัดขยะใกล้ที่อยู่อาศัยของตนเอง
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ทั้งๆที่เสียงบประมาณตั้งมากมายพาเจ้าหน้าที่ไปดูงานที่ต่างประเทศ
ใช้งบประมาณในการรณรงค์ให้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องขยะ
มีเทคโนโลยีมากมายที่สามารถจะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องขยะ
แต่ปัจจุบันยังไม่มีที่ไหนในประเทศไทย
สามารถจัดการขยะได้อย่างครบวงจรเป็นที่พึงพอใจของคนทุกฝ่าย
เพื่อให้ง่ายสรุปได้เป็นข้อๆดังนี้
6.เทคโนโลยีที่ใช้กำจัดขยะ สามารถกำจัดขยะได้เฉพาะขยะแยกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ๋ยหมักจากขยะ การทำก๊าซชีวภาพจากขยะเศษอาหาร การนำขยะมาเผาเป็นพลังงานความร้อนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่ขยะที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดยังไม่ได้แยกอย่างสมบูรณ์ ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวประสบปัญหาในการดำเนินการ
7.การขัดผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ฝังกลบขยะ โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาระบบกำจัดขยะจึงถูกระงับ ถูกต่อต้านจากชุมชนโดยมีผู้มีอิทธิผลที่เสียผลประโยชน์หนุนอยู่ภายหลัง
1.ประชาชนยังยึดติดกับการแก้ไขปัญหาขยะแบบเดิมๆ สถานที่มีกลิ่นเหม็น
สกปรกไม่น่าชวนมอง
จนทำให้ไม่มีใครยอมที่จะให้มีการสร้างโรงกำจัดขยะในบริเวณใกล้เคียงกับที่ตน
เองอยู่อาศัย เนื่องจากว่าก็ยังไม่มีที่ใดในประเทศไทย
มีระบบจัดการขยะที่ประสบความสำเร็จ สะอาด
สถานที่น่าชวนมองอย่างที่ไปดูงานที่ต่างประเทศ
2.เทศบาลไม่มีแหล่งกำจัดขยะเนื่องจากสาเหตุข้อแรก
เพราะไม่รู้ว่าจะชี้แจงยังไงให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจ
จึงต้องนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ห่างไกล นอกพื้นที่ ในป่า สถานที่รกร้าง
สร้างปัญหาให้กับชุมชนในพื้นที่นั้นๆตามมา
3.ทุกคนยังมองไม่เห็นคุณค่าของขยะเพราะว่ามีมูลค่าเล็กน้อย
ไม่ทราบว่าขยะบางชนิดมีมูลค่า
เมื่อแยกขยะแล้วจะไปขายที่ไหนหรือมีวิธีใดบ้างที่จะจัดการขยะได้โดยเปลี่ยน
ให้เป็นรายได้เข้ามา
4.เนื่องจากทางภาครัฐยังไม่มีสถานที่และวีธีการที่ถูกต้องในการแก้ไข
ปัญหาขยะ มีการกำจัดขยะที่สามารถรองรับการแยกขยะได้
จึงทำให้โครงการรณรงค์ให้ประชนคัดแยกขยะ ไม่ประสบความสำเร็จ
เป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟางในช่วงต้นๆ
แต่เมื่อประชาชนคัดแยกขยะแล้วกลับไม่มีการเก็บขยะแบบแยก
เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
ขยะเศษอาหารถูกเก็บนำไปปนกับขยะทั่วไปเช่นเดิม5.การหาวิธีการจัดการขยะยัง
ไม่ลงลึกเพียงพอในการแก้ไขปัญหาขยะตามสถุานที่อยู่อาศัยที่ต่างๆกัน
บ้านเรือน ตลาดสด อาคารพาณิชย์ โรงเรียน
อาคารสูงอย่างโรงแรมและคอนโดมิเนียม ชมชนชนบท
บางที่สามารถกำจัดขยะได้ด้วยตัวเอง บางที่ทำได้เพียงแยกขยะ
ทำให้แต่ละที่จะต้องมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน
เราสงเสริมให้ประชาชนทำปุ๋ยจากขยะ แต่ผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารสูง
อาคารพาณิชย์
ไม่รู้ว่าจะเอาปุ๋ยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรเพราะไม่ได้มีพื้นที่ปลูกพืช
นี่เป็นตัวอย่างชี้ให้เห็นอย่างง่ายๆ
ที่แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงการใช้วิธีจัดการขยะอย่างไม่เหมาะสมกับสถานที่6.เทคโนโลยีที่ใช้กำจัดขยะ สามารถกำจัดขยะได้เฉพาะขยะแยกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ๋ยหมักจากขยะ การทำก๊าซชีวภาพจากขยะเศษอาหาร การนำขยะมาเผาเป็นพลังงานความร้อนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่ขยะที่เข้าสู่กระบวนการกำจัดยังไม่ได้แยกอย่างสมบูรณ์ ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวประสบปัญหาในการดำเนินการ
7.การขัดผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ฝังกลบขยะ โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาระบบกำจัดขยะจึงถูกระงับ ถูกต่อต้านจากชุมชนโดยมีผู้มีอิทธิผลที่เสียผลประโยชน์หนุนอยู่ภายหลัง
ตัวอย่างเมืองที่ขยะล้นเมือง
ภายในปี 2555 มีชาวบ้านจากหลายจังหวัดต่างออกมาร้องเรียนถึงปัญหากองขยะล้นเมืองโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต ขอนแก่น สุพรรณบุรี
ล่าสุด คือ จังหวัดอยุธยา ที่ออกมาร้องเรียนว่าขนาดของกองภูเขาขยะสูงเท่าตึก 8 ชั้นแล้ว!
เมื่อสำรวจข้อมูลจากทางภาครัฐพบว่า จำนวนขยะในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างหน้าตกใจ เฉลี่ยวันละ 9,747 ตัน! ตัวเลขดีดตัวสูงขึ้นกว่าสถิติปี 2554 กว่า1,000ตัน
ขยะมากมายนั้นมาจากไหน?
2 ปัจจัย
หลักของสาเหตุ คือ การเจริญเติบโตของเมือง เมื่อเมืองใหญ่ขึ้น
จำนวนหมู่บ้านะผู้อยู่อาศัยก็จะมากขึ้น และจำนวนขยะมูลฝอยก็สูงขึ้นตาม
ส่วนปัจจัยถัดมา คือ ขยะสะสมจากน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นั่นเอง
ปัญหาขยะได้สะท้อนให้เห็นถึงสุขอนามัยภายในชุมชนนั้นต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเนื่องจากเกี่ยวข้องถึงสุขภาพอนามัยของคนในชุมชนโดยตรง
ปัจจุบันส่วนใหญ่ขยะมูลฝอยจากชุมชนและกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรมจะถูกนำไปทิ้งแบบกองเทเรี่ยราดซึ่งไร้ระบบการจัดการน้ำเสียจากขยะ ทำให้น้ำเสียไหลลงลำคลอง รวมถึงที่นาของชาวบ้านและกองขยะนูนสูงเป็นตัวล่อหนูและแมลงวันได้เป็นอย่างดีจนนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.กระทรวงสาธารณะสุขออกโรงเตือนประชาชนแถวบ่อขยะให้ระวังเพราะอาจสะสมสารพิษโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาขยะมูลฝอยที่มากขึ้นหลายฝ่ายพยายามหามาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพสังคมภาครัฐออกรณรงค์ใช้ถุงผ้า แยกขยะ รู้จักการreuse recycle หลากหลายมาตรการที่ออกมาเชิญชวนแต่ปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพสาเหตุจากความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและสังคม
การบริโภคที่สูงขึ้นในขณะที่ประสิทธิการ
จัดการมูลฝอยยังไม่ถูกหลักสุขาภิบาลส่วนมากจะเป็นกองสุมๆไว้บนพื้นดินประกอบ
กับประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของปัญหาการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทำให้
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการขยะมูลฝอยต้องตามแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลาไม่
จบสิ้น

ส่วนทางภาคเอกชนมีไอเดียที่จะสร้างโรงงานเตาเผาขยะมูลฝอยแบบไร้มลพิษและ
ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนแต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ถึงอย่างไรก็เป็นอีกหนทางที่ช่วยในเรื่องของปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกวันให้
ลดลงและหมดไปได้และยังได้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากการเผาขยะสามารถนำไปขายให้กับ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถือเป็นการเพิ่มรายได้สู่ชุมชนนั้นๆ
เรื่องขยะล้นเมืองหากจะโยนให้ภาครัฐบาลและเอกชนนั้นตามล้างตามเช็ดอยู่ผ่ายเดียวก็คงจะไม่ได้ในเมื่อต้นทางของขยะ คือ ประชาชน! ถ้าคนไม่เปลี่ยนขยะก็ไม่ลดต่อให้มีเตาเผาขยะ เป็นสิบๆแห่งก็ตาม
คนไทยเคยชินกับการ
ทิ้งขยะแบบมักง่าย
แยกขยะไม่เป็นเห็นถังสีเขียวเมื่อไรเป็นต้องทิ้งไม่ได้คิดถึงว่าขยะเป็น
ประเภทใด เพราะเราไม่ได้เดือดร้อนจากปัญหากองขยะเน่าเสีย ตราบใดที่
บ้านตัวเองสะอาดเป็นใช้ได้
เพราะฉะนั้นการสร้างจิตสำนึกให้เห็นถึงความสำคัญของการแยกขยะและความสะอาดใน
ชุมชน เป็นสิ่งสำคัญ
วิธีการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง
ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการมารองรับด้วยเช่นมีโทษปรับสำหรับครัวเรือนที่ไม่แยกขยะและทำถังขยะที่แบ่งแต่ละประเภทขยะให้มากขึ้นเป็นต้นและควรระบุโทษออกมาให้ชัดเจนและประกาศให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นกิจจลักษณะเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฎิบัติตามอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนในการแก้ปัญหาของปลายทางเป็นหน้าที่ของภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือระดมความคิดกันอย่าง
จริงจังเพราะปัญหาใหญ่คือกำลังในการกำจัดขยะน้อยกว่าจำนวนขยะ
ผลก็คือขยะเหลือค้างสะสม
จากการสำรวจของกรมมลพิษพบว่าประเทศไทยสามารถกำจัดขยะได้ไม่ถึงร้อยละ 70 ของขยะทั้งหมด !
การขน
ขยะไปวางตามชุมชนที่ไกลออกไปเห็นทีจะต้องเปลี่ยนวิธีเนื่องจากพื้นที่ไม่
สามารถรองรับขยะที่นับวันตัวเลขก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นหากเอกชนจะไปกว้านซื้อที่
เพิ่มคงจะยากเพราะประชาชนละแวกนั้นคงออกมาต่อต้านเต็มที่
คงถึงเวลาที่รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเต็มที่สำหรับโครงการ
เตาเผาขยะอัจฉริยะที่สามารถกำจัดขยะได้อย่างรวดเร็วและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวด
ล้อมตอบโจทย์พลังสีเขียวที่โลกยอมรับ
ซึ่งตอนนี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จับมือกับบริษัทสัญชาติจีนก่อสร้างและเดินระบบเตาเผาขยะมูลฝอยขนาด300 ถึง 500 ตันต่อวันที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยหนองแขมเป็นแห่งแรกและหากได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจก็ควรจะรีบขยายโครงการนี้ไปในเมืองอื่นๆเพื่อจะได้ยุติการกำจัดขยะแบบเดิมๆของไทยสักที
คลิปตัวอย่างการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง
http://wwwbuddygirl.blogspot.com/2012/01/blog-post_31.html (12/12/12)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น