Jake - Adventure Time

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

10 เหตุการณ์ภัยพิบัติล้างโลก!


10 เหตุการณ์ภัยพิบัติล้างโลก!



       ในพระคัมภีร์ไบเบิลเล่าถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลกไว้ในพระวิวรณ์หรือ “อะโพแคลิปส์ (Apocalypse)” ที่แปลว่า การสำแดงหรือเปิดเผย (Revelation) ข้อนี้เป็นสิ่งที่ชาวคริสต์รู้กันมากอยู่ เมื่อมาดูในพระไตรปิฎกของชาวพุทธเราแล้วก็ปรากฏว่าได้กล่าวถึงจุดเสื่อมของโลกไว้เช่นกันครับ โดยได้กล่าวถึงสาเหตุที่จะทำให้โลกดับสูญไว้ 3 ประการคือ

หากมนุษย์เต็มไปด้วยราคจริต โลกจะถูกล้างด้วยภัยจากน้ำ

หากมนุษย์เต็มไปด้วยโทสจริต โลกจะถูกล้างด้วยภัยจากไฟ

หากมนุษย์เต็มไปด้วยโมหจริต (ความหลง) เมื่อนั้นโลกจะถูกทำลายด้วยลม

หากเอาแต่ละเหตุการณ์มาดูใกล้ๆก็จะเห็นว่าเป็นไปตามนั้นอย่างน่าประหลาดใจ ดังจะขอไล่มหาภัยที่สั่นสะเทือนโลกาจนถูกจารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์






        
       1. มหาอุทกภัย ลำดับแรกเมื่อมีมนุษย์และสัตว์แล้วนั้นในพระคัมภีร์ของคริสต์ศาสนากับฮินดูกล่าวถึงเหตุการณ์ “น้ำท่วมโลก” ไว้ตรงกัน ในพระคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาเก่าก็พูดถึง “โนอา (Noah)” ผู้พาสัตว์น้อยใหญ่หนีภัยน้ำตามพระบัญชาของพระเจ้า ส่วนในพระคัมภีร์ฮินดูก็กล่าวถึง “พระมนู” และฤาษีทั้งเจ็ดที่พากันลงเรือหนีน้ำตามที่พรนารายณ์ได้อวตารองค์ลงมาเป็นมัจฉาพาเรือไปจนรอดพ้นภัย ลุมาถึงสมัยปัจจุบันมหาอุทกภัยครั้งใหญ่นั้นมีหนักๆไม่แพ้กันเลย




        2. คลื่นยักษ์ถล่มโลก สึนามิปี 2004 สร้างความวิปโยคให้กับชาวโลกและชาวไทยอย่างเหลือแสนด้วยแรงกระแทกจากแผ่นเปลือกโลกที่สุมาตราขนาด 9.3 ริกเตอร์ส่งคลื่นกระแทกทำลายทั้งแนวปะการัง, บ้านเมือง, เกาะที่สวยงาม และชีวิตคน มาถึงวันนี้ แม้แต่บ้านเราเองก็มีข่าวให้ตื่นเต้นเฝ้าระวังสึนามิกันอยู่เป็นระยะ





        3. สายน้ำหลากเมือง คร่าชีวิตคนไปรวมๆแล้วเป็นหลักล้าน นี่ไม่ได้พูดถึงน้ำท่วมชาติระดับตำนานที่เพิ่งผ่านไปอย่างเดียวนะครับ แต่จะพูดถึงแม่น้ำสายใหญ่อันดับต้นของโลกอย่างแม่น้ำเหลืองที่เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงพี่น้องเผ่าพันธุ์มังกรของเราครับ แม่น้ำเหลืองหรือ “ฮวงเหอ (Huang he)” มีชื่อเสียงในแง่ให้ความอุดมสมบูรณ์แต่ในขณะเดียวกันก็มี “ชื่อเสีย” ยามน้ำล้นฝั่ง คร่าชีวิตชาวจีนไปเสียไม่น้อย อย่างในปี ค.ศ. 1887 ก็กลืนชีวิตคนไปถึง 2,000,000 คน ส่วน ค.ศ.1931 ก็พาเอาชีวิตชาวจีนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไปอีกถึง 4,000,000 คน จนแม่น้ำสายนี้ได้ฉายาว่า “โศกาแห่งชาติจีน (China’s sorrow)”



       4. มหาวาตภัย จากลมพายุร้ายกาจ ดังที่ทำลายล้างอย่างราบคาบทั้งชีวิต, ทรัพย์สินไปจนถึงสิ่งปลูกสร้าง อย่างในกรณีเฮอริเคน “คัทรีน่า (Katrina)” ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,800 คนในปี 2005 เป็นพายุที่สร้างความสูญเสียด้านเศรษฐกิจแก่สหรัฐอเมริกามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา




       5. มหาภูเขาไฟ ถ้าภูเขาไฟระดับคลาสสิกก็ต้องยกให้ภูเขาไฟวิซูเวียสที่พ่นหินหลอมเหลวลงมาเป็นธารอัคคีร้อน และปล่อยเถ้าถ่านมหาศาลลงมาฝังเมืองทั้งเมืองอย่างปอมเปอีและเฮอคิวลาเนียมในปี ค.ศ.79 นอกจากนั้น ยังมีภูเขาไฟบนเกาะเธอร่า (Thera) หรือเกาะซานโตรินีในปัจจุบัน ที่พ่นหินหลอมเหลวร้อนพร้อมแผ่นดินไหวครบชุดจนทำให้อารยธรรมใหญ่ยิ่งแห่งหนึ่งของโลกล่มสลายคือ “อารยธรรมไมนวน (Minoan civilization)” ที่อยู่บนเกาะครีต แล้วต่อมาในยุคที่ใกล้เคียงกับพวกเรา ก็ยังมีเหตุการณ์ภูเขาไฟระดับเซเล็บระเบิดอีกมาก อย่าง ม็องต์เปเล (Mount Pele’e) ในหมู่เกาะมาตินิกของฝรั่งเศสที่การระเบิดในปี 1902 คร่าชีวิตคนไปถึง 30,000 กว่าคน ส่วน ภูเขาไฟเซ็นต์เฮเลน ในสหรัฐอเมริกา ที่ระเบิดในปี 1980 นั้นก็เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่มีการบันทึกไว้เป็นภาพยนตร์ หรือว่า กรากะตั้ว (Krakatau) ในอินโดนีเซียที่ระเบิดในปี 1883 ส่งเสียงดังจนสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพท่านทรงได้ยิน แล้วฝุ่นควันจากการระเบิดยังลอยมาไกลถึงประเทศไทย การระเบิดครั้งนั้นก็ใหญ่เสียจนทำลายหมู่เกาะของมันไปถึง 2 ใน 3 แต่ก็ได้สร้างเกาะเล็กเกาะน้อยให้ผุดขึ้นมาด้วย



        6. ภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งระเบิด เกิดที่ประเทศไอซ์แลนด์แดนน้ำแข็ง เมื่อภูเขาไฟชื่อไม่หวังจำอย่าง “EyjafjallajÖkull” ที่ถูกแช่แข็งมานานจนนักธรณีวิทยาคิดว่าไม่น่าจะเกิดเซอร์ไพรส์ขึ้น จู่ๆเมื่อปี 2010 ก็ตูมตามออกมาไม่บอกกล่าว ปล่อยหมอกควันจากเถ้าถ่านจนชาวบ้านเดือดร้อนกันไปทั่วโลกโดยเฉพาะนักเดินทางโดยเครื่องบิน



       
     
         7. อภิภูเขาไฟหรือซุปเปอร์โวลแคโน่ ที่เคยโผล่ออกมาแผลงฤทธิ์แล้วในอดีตกาล การจะเป็นซุป’โวลแคโน่ (คล้ายซุป’ตา) ได้นั้นต้องมีสิ่งสำคัญคือพลังที่จะพ่น มวลระเบิด (Ejecta) ที่อัดอยู่จำนวนมหาศาลออกมาเป็นปริมาตรไม่น้อยกว่า 1,000 ลูกบาศก์กิโลเมตร นับว่ามหึมามหาศาลมากทีเดียวนะครับ ให้เห็นภาพชัดๆคือภูเขาไฟธรรมดานั้นปล่อยเถ้า ถ่านหินหลอมต่างๆออกมาได้ราว 1 ลูกบาศก์กิโลเมตร หรือส่วนใหญ่น้อยกว่านั้นอีกครับ เรียกว่าภูเขาไฟระดับตัวแม่นี้มีพลังระเบิดมากกว่านับพันเท่า ส่วนที่อยู่ ของเขานั้นรู้แล้วจะหนาวๆร้อนๆครับเพราะไม่ไกล มาก อยู่ที่ญี่ปุ่น 1 แห่ง อินโดนีเซีย 1 แห่ง นิวซีแลนด์ 1 แห่ง ส่วนที่อเมริกามีถึง 3 แห่งด้วยกันครับ



        8. แผ่นดินไหวระดับเลื่อนแผ่นทวีป อย่างที่ หมู่เกาะเฮติและประเทศชิลี เกิดขึ้นเมื่อปี 2010 แค่เวลาต่างกันเดือนนิดๆเท่านั้น โดยความแรงของแผ่นดินไหวที่ชิลีวัดได้ 8.8 ริกเตอร์อย่างที่ชิลีว่าหนักแล้ว ที่เกาะเฮติยิ่งหนักเพราะเกิดแทบใจกลางเมืองหลวงห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ไปเพียง 16 กิโลเมตรเท่านั้น แม้จะวัดความสั่นสะเทือนได้ 7.0 ริกเตอร์ แต่สภาพบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างซึ่งล้าสมัยทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงมาก ซึ่งกาชาดสากลได้ประมาณผู้บาดเจ็บได้ถึง 3,000,000 คน อีกทั้งยังมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกนับไม่ถ้วน



         9. แผ่นดินไหวในภาคโตโฮกุ (Tohoku earthquake) ที่แยกยกมาเพราะว่าปรากฏการณ์นี้นำไปสู่หายนภัยระดับโลก คือการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพ รังสีเมื่อปี 2011 ครับ พอพูดชื่อโตโฮกุฟังดูไม่คุ้นหูเลยใช่ไหมครับ แต่ถ้าบอกว่าเป็นแผ่นดินไหวที่ฟุกุชิม่าความแรง 9.3 ริกเตอร์ท่านพอจะคุ้นหูไหมครับ โตโฮกุเป็นชื่อภาคที่เขาเรียกกันเป็นทางการในแง่ภูมิศาสตร์ ภัยธรรมชาติของเหตุการณ์แผ่นดิน ไหวครั้งสดๆร้อนๆปีที่ผ่านมานี้ครับ


คลิปเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคโตโฮกุ





        10. สหภัยพิบัติธรรมชาติรวมถึงภัยจากอวกาศ อย่างที่สิบนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เป็นเสมือนแกงโฮะคือรวมหม้อกันทั้งแผ่น ดินไหว, ไฟเผาป่า, น้ำท่วมมหาศาล และลมพายุ ข้อนี้เลือกเอามาเป็นอย่างสุดท้ายเพราะรุนแรงน่ากลัวที่สุดและมีโอกาสเกิดเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคที่มีการ “ทำร้าย” ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองจึงเป็นเรื่องแน่ที่ธรรมชาติจะ “เอาคืน” อย่างรุนแรงเช่นกัน ที่สำคัญคืออาจไม่ได้มีเพียงแค่ปัจจัยทางกายภาพที่ว่าเพราะจะมีทั้งโรคระบาดและภัยจากอวกาศตามมาอย่าง พายุสุริยะ, รังสีคอสมิก รวมถึงอุกกาบาตที่อาจมาเยี่ยมชมโลกเราแบบไม่ต้องเชิญ อย่างที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์พายุสุริยะรุนแรงจนทำให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วเมืองในมณฑลควิเบก ประเทศแคนาดา

       เมื่อปี 1989 (March 1989 geomagnetic storm) ระหว่างนี้ก็อาจมีพายุสุริยะเข้ามาซ้ำเติมในปี 2012 ซึ่งในปฏิทินมายาเกี่ยวกับวันสิ้นโลกก็มีกล่าวถึงไว้ครับ

       นอกจากมหาภัยต่างๆ ที่ว่ามาแล้วนั้น ในอนาคตยังมีภัยธรรมชาติอื่นที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดด้วยครับ เช่นกรณีของ อภิมหาภูเขาไฟหรือซุปเปอร์โวลแคโน่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน สหรัฐอเมริกา หรือว่าภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์ที่ยังมีรอเปิดตัวอีกหลายลูก






อ้างอิง : http://www.thairath.co.th/content/254653