มหากาพย์ภัยพิบัติถล่มโลก 3 : โคลนถล่ม
ตัวอย่างความอันตรายที่มาจากมหากาพย์ที่ 3 [โคลนถล่ม]
โคลนถล่ม เป็นภัยธรรมชาติ คือ คำเรียกรวมๆของการเคลื่อนที่ของมวลสาร ( Mass movement หรือ mass-wasting )ซึ่งคือ กระบวนการเคลื่อนตัวของมวลหิน ดินและทรายลงมาตามความลาดชัน (Slope) ภายใต้แรงดึงดูดของโลก (Gravity) เป็นหลัก โดยอาจอาศัยตัวกลางระหว่างการพัดพา ยกตัวอย่างเช่น น้ำ, ลมและธารน้ำแข็ง ซึ่งตัวกลางเหล่านี้เป็นตัวช่วยเสริมการย้ายมวล ดังนั้นหากตะกอนอิ่มตัวด้วยน้ำ แรงเสียดทานระหว่างเม็ดตะกอนจะลดลง การย้ายมวลจึงเกิดได้ดีขึ้น
หลายคนเข้าใจว่า การย้ายมวลเกิดเฉพาะบนแผ่นดิน (Continents) เท่านั้น แต่จากการศึกษาทางธรณีฟิสิกส์และการลำดับชั้นหินตะกอนพบว่า บริเวณไหล่ทวีป (Continental shelf) ของมหาสมุทรหลายแห่ง มีการเคลื่อนตัวของตะกอนเช่นเดียวกับบนแผ่นดิน และจัดเป็นการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วลงมาตามความลาดชัน เรียกว่า กระแสน้ำขุ่นข้น (Turbidity current)
ภาพเหตุการณ์โคลนถล่มที่ประเทศโบลิเวีย
ข้อสังเกตว่าเราตกอยู่ในภัยพิบัติหรือไม่?
การย้ายมวลบางครั้งเกิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลหรือโอกาสการระมัดระวังน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ การย้ายมวลมักเกิดจากเหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นตัวกระตุ้น
- การสั่นไหวอย่างรุนแรง (Sudden shock) หรือการเกิดแผ่นดินไหว พลังงานที่เกิดจากแผ่นดินไหวสามารถถ่ายทอดมายังพื้นดิน ทำให้เกิดการเสียสมดุลของพื้นที่ลาดเอียง (Slope failure)
- การเปลี่ยนความลาดชัน (Slope modification) หรือการถอดส่วนค้ำจุน (Support removal)
- การกัดลึก (Undercutting) ของลำธารตามตลิ่งหรือการกัดเซาะของคลื่นตามชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะคลื่นลมแรงที่มีความเร็วและความแรงสูงมาก กระแทกกับชายฝั่งจนทำให้เกิดการเสียสมดุลของพื้นที่และเกิดแผ่นดินเลื่อนในที่สุด กรณีพื้นที่หมู่เกาะฮาวายซึ่งร่นเข้าไปในแผ่นดิน เนื่องจากคลื่นกระแทกหินภูเขาไฟที่มีรอยแตกถี่ๆบริเวณด้านล่างของผา จนเกิดการเลื่อนลง ทำให้หินที่วางตัวอยู่ด้านบนพังตัวลงมา
- ฝนตกหนัก (Heavy rainfall) ฝนที่ตกหนักและยาวนานอาจทำให้พื้นดินที่เอียงเทอิ่มตัวด้วยน้ำ และเกิดการเสียสมดุล ด้วยเหตุนี้การย้ายมวลจึงเกิดขึ้นบ่อยในบริเวณที่มีฝนตกชุก
- การระเบิดของภูเขาไฟ (Volcanic eruption) เป็นสภาวะหนักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินเลื่อนหรือถล่ม ภูเขาไฟชนิดเป็นชั้น (Strato-volcanoes) มักประกอบด้วยธารหินละลายและเถ้าถ่านไหลที่ยังไม่แข็งตัวและไม่เสถียรจึงอาจก่อให้เกิดการถล่มลงมาได้
โคลนถล่มในประเทศไทย
- 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้มีดินโคลนถล่มในพื้นที่ อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ เสียชีวิต 87 คน สูญหาย 29 คน
- 10 สิงหาคม พ.ศ. 2544 น้ำป่าโคลนถล่ม ที่ ต. น้ำก้อ ต. น้ำชุน ต. หนองไขว่ ใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บ้านเรือนเสียหาย 515 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 131 คน
- 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 น้ำป่าทะลักจากอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ถล่มใส่หลายหมู่บ้านใน อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีผู้เสียชีวิต 23 คน สูญหาย 16 ราย บาดเจ็บ 58 ราย
- 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตถึง 700 คน
พื้นที่ภัยพิบัติโคลนถล่มที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช
วิธีป้องกันภัยจากมหากาพ์ที่ 3
1. ต้องทำความเข้าใจกับคำว่า "ดินถล่ม" ให้ดีเสียก่อน ว่าเป็นการถล่มแบบใด สาเหตุจากอะไร2. รู้จักสังเกต และตระหนักถึงสิ่งแวดล้มรอบตัวเสมอ
3. เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติควรรีบอพยพไปยังที่โล่งแจ้งและคอยรับฟังข่าวสารความคืบหน้าเหตุการณ์อยู่เสมอ
4.เพื่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบว่าที่อพยพขณะนี้เป็นพื้นที่อ่อนไหว เสี่ยงต่อภัยพิบัติหรือไม่ ถ้าใช่ควรรีบอพยพออกจากสถานที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด และรอการยืนยันจากรัฐบาลว่าพื้นที่ไหนปลอดภัยจากมหากาพย์นี้
และที่สำคัญ... ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร มหากาพท์ที่เท่าไหร่จะตามมา สิ่งที่จะพาความปลอดภัยมาให้เราได้ดีที่สุด นั่นก็คือ "สติ" ใช้สติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง
http://www.chaoprayanews.com/2011/03/03
https://www.youtube.com/watch?v=ne5Ul0nEE2U
https://sites.google.com/site/social051/bth-thi3/-naewthang-kar-px-ngkanaephn-din-hiw-laea-din-kholn-thlm
